facebook line-icon-png-transparent-3 youtube
call : 088-3050209

'พิธีบายศรี' รู้ให้ดี..ก่อนแต่งงาน

บายศร cover web

หากเป็นพิธีแต่งงานของชาวอีสานและชาวล้านนา เพื่อนๆ คงได้พบเห็น 'พิธีบายศรีสู่ขวัญ' อยู่บ่อยๆ พวกเขามีความเชื่ออย่างไร? ทำไมถึงเกี่ยวข้องกับการครองคู่? วันนี้ผมได้เรียบเรียงข้อมูลดีๆ มาให้ เพื่อไขข้อสงสัยกันครับ

 

บายศรีเป็นมาอย่างไร?

บายศรีนั้นมีข้อสันนิษฐานว่าได้ประดิษฐ์ขึ้นมาจากคติความเชื่อของพราหมณ์ พิจารณาจากการนำใบตองมาประดิษฐ์บายศรี เนื่องด้วยใบตองนั้นเป็นของสะอาดบริสุทธิ์ ไม่มีมลทินของอาหารเก่าให้แปดเปื้อนและอีกประการหนึ่งก็คือ รูปร่างลักษณะของบายศรีที่ได้จำลองเขาพระสุเมรุซึ่งเป็นที่สถิตของพระอิศวร ตลอดจนเครื่องสังเวยก็มีความเชื่อมาจากคติพราหมณ์ เช่น ไข่ แตงกวา มะพร้าว รวมถึงพิธีการ เช่น การเวียนเทียน การเจิม และพิธีการต่าง ๆ เหล่านี้พราหมณ์เป็นผู้ประกอบพิธีทั้งสิ้น

 

ความสำคัญของพิธีบายศรีสู่ขวัญ

พิธีบายศรีสู่ขวัญ เป็นพิธีที่สำคัญของชาวอีสานและชาวล้านนา เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับขวัญและจิตใจ เพื่อให้เกิดขวัญและกำลังใจที่ดีขึ้น การดำเนินชีวิตของชาวอีสานแทบทุกอย่าง จึงมีการบายศรีสู่ขวัญควบคู่กันไปเสมอ เป็นการเรียกร้องพลังทางจิต ช่วยให้มีพลังใจที่เข้มแข็ง สามารถฟันฝ่าภัยพิบัติต่างๆได้ การสู่ขวัญช่วยทำให้เกิดมงคล ทำให้ดำรงอยู่ด้วยความสุขราบรื่น มีโชคลาภมากขึ้น และอาจดลปรารถนาให้ผู้ที่เคราะห์ร้ายพ้นจากสรรพเคราะห์ทั้งปวง ด้วยมูลเหตุแห่งการสู่ขวัญ

พิธีบายศรีสู่ขวัญมีหลายรูปแบบ แล้วแต่ว่าจะจัดพิธีสู่ขวัญในเรื่องใด เช่น การสู่ขวัญเด็ก การสู่ขวัญนาค การสู่ขวัญบ่าวสาว หรือจะเป็นการสื่อขวัญ ในเหตุที่ทำให้เกิดการเสียขวัญ จิตใจไม่ดี เพื่อเรียกให้ขวัญมาอยู่กับเนื้อกับตัว สิ่งไม่ดีให้ผ่านพ้นไป มีพลังใจที่ดี รวมทั้งการสู่ขวัญสัตว์และสิ่งต่างๆ ก็อาจทำได้ แต่การปฏิบัตินอกจากจะมีเครื่องขวัญที่ใช้ในพิธีแล้ว พิธีการต่างๆ ก็จะแตกต่างกันไปเป็นปลีกย่อย แล้วแต่ลักษณะพิธี

 

ประเภทของบายศรี

พิธีบายศรีสู่ขวัญ บางครั้งก็เรียกว่า พิธีบายศรี, พิธีสู่ขวัญ, พิธีทำขวัญ, พิธีรับขวัญ เป็นประเพณีอย่างหนึ่งของคนไทย และคนลาว ด้วยความเชื่อที่ว่า ทุกคนเกิดมาพร้อมกับสิ่งนามธรรมอย่างหนึ่งที่เรียกกันว่า “ขวัญ” ซึ่งมีหน้าที่รักษาประคับประคองชีวิตและติดตามเจ้าของไปทุกหนแห่ง การทำพิธีสู่ขวัญจึงเป็นการเชิญขวัญที่หนีหายไปให้เข้ามาอยู่กับตัว และเชื่อว่าเป็นการส่งเสริมพลังใจให้เข้มแข็ง มีสติและไม่ประมาท

ประเพณีบายศรีสู่ขวัญใช้เครื่องเชิญขวัญที่เรียกว่า บายศรี ทำด้วยใบตอง รูปคล้ายกระทง เป็นชั้น ๆ มีขนาดใหญ่เล็กสอบขึ้นไปตามลำดับ เป็น 3 ชั้น 5 ชั้น 7 ชั้น หรือ 9 ชั้น มีเสาปักตรงกลางเป็นแกน มีเครื่องสังเวยวางอยู่ในบายศรี และมีไข่ขวัญ (ไข่ต้ม) เสียบอยู่บนยอดบายศรี มีหลายประเภท เช่น บายศรีตอง บายศรีปากชาม บายศรีใหญ่ (ภาษาเขมร บาย = ข้าว + ศรี = สิริ หมายความว่า ข้าวอันเป็นสิริหรือข้าวขวัญ) มีการพันสายสิญจน์ไว้โดยรอบเพื่อใช้ผูกข้อมือผู้รับขวัญ ผู้นำทำพิธีเรียกว่า หมอขวัญ

ในภาคเหนือจะเรียกบายศรีว่า "ใบสี", "ใบสรี" หรือ "ใบสีนมแมว" และจะเรียกพานบายศรีว่า ขันใบสี เพราะชาวล้านนาจะเรียกพานว่า ขัน แล้วเรียกขันว่า สลุง บายศรีแยกเป็น 4 ประเภท คือ
บายศรีหลวง
บายศรีนมแมว
บายศรีปากชาม
บายศรีกล้วย

ส่วนในภาคอีสานจะเรียกบายศรีว่า "พาบายศรี", "พาขวัญ" หรือบางท้องถิ่นเรียกว่า "ขันบายศรี" ในภาคอีสานจะแยกบายศรีออกเป็น 3 ประเภท คือ
พาขวัญ
พาบายศรี
หมากเบ็ง

ในส่วนภาคอีสานที่มีเชื้อสายของเขมรจะมีการเรียกบายศรีว่า "บายแสร็ย" ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ
บายแสร็ยเดิม (บายศรีต้น)
บายแสร็ยเถียะ (บายศรีถาด)
บายแสร็ตจาน (บายศรีปากชาม)

 

ขั้นตอนพิธีบายศรีสู่ขวัญคู่แต่งงาน

พิธีจะเริ่มจากเจ้าสาวจับพานบายศรีตรงหน้าเจ้าบ่าว ส่วนเจ้าบ่าวจะจับพานบายศรีตรงหน้าเจ้าสาว โดยจับไขว้ให้แขนอยู่ด้านบนซึ่งเรียกกันว่า "สู่ขวัญกลับก่าย" คือ แขนฝ่ายชายก่ายแขนฝ่ายหญิง หลังจากนั้นผู้ที่ทำขวัญหรือ "หมอขวัญ" จะนำไข่ต้มมาเป็นของเสี่ยงทาย โดยปอกไข่แล้วตัดไข่เป็นสองซีกตามแนวตั้ง จากนั้นจะทำนายโดยดูจากไข่แดง หากเอียงไปด้านใดด้านหนึ่งแสดงว่ามีจิตใจโลเล แต่ถ้าไข่แดงอยู่ตรงกลางพอดีแสดงว่าทั้งคู่มีจิตใจรักมั่นคง

จากนั้นจะขอให้ผู้หญิงที่เป็น "แม่ใหญ่" หมายถึง สตรีซึ่งมีคุณสมบัติดีงาม เป็นผู้ที่ได้รับการเคารพนับถือ อยู่ในศีลในธรรม สามียังมีชีวิตอยู่และมีสุขภาพแข็งแรง ยังรักใคร่กันดี มีชีวิตครอบครัวที่สมบูรณ์เป็นสุข ทำพิธีป้อนไข่ โดยเอาไข่ซีกบนกับปั้นข้าวเหนียวเล็กๆ ใส่ไว้ที่ฝ่ามือเพื่อป้อนเจ้าบ่าว และเอาไข่ซีกล่างกับปั้นข้าวเหนียวขนาดเล็กเท่ากัน ใส่ไว้ที่มือซ้ายเพื่อป้อนเจ้าสาว ขณะที่ป้อนจะเอามือขวาอยู่เหนือมือซ้าย ซึ่งในการป้อนไข่เจ้าบ่าวและเจ้าสาวต้องกินและกลืนจริง ๆ ห้ามคายออกมาเด็ดขาด

หลังจากนั้นจะมีการผูกขวัญแก่คู่บ่าวสาว โดยให้บิดา มารดา ญาติ และแขกที่มาร่วมงานผูกข้อมือคู่บ่าวสาว จะผูกมือเดียวหรือทั้งสองมือก็ได้ และอาจจะผูกเส้นเดียว หรือ 3 เส้น หรือ 5 เส้นก็ได้

การผูก 3 เส้น หมายถึง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ส่วนการผูก 5 เส้น หมายถึง พระพุทธเจ้า 5 พระองค์

ในพิธีผูกขวัญนี้พ่อแม่ฝ่ายเจ้าสาวจะเป็นคนผูกข้อมือให้เจ้าบ่าว และพ่อแม่ฝ่ายเจ้าบ่าวจะเป็นคนผูกข้อมือให้เจ้าสาว การปฏิบัติเช่นนี้เรียกว่าการรับขวัญเขยและรับขวัญสะใภ้


ที่มาข้อมูล :
https://wedding.kapook.com
https://www.sanook.com
https://th.wikipedia.org